รองรับลูกค้าได้ทั่วโลก แค่มี e-KYC with ePassport

eKYC with ePassport

             เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจในแบบ New Normal ได้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการทำธุรกรรมออนไลน์สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศทำได้โดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาการฟอกเงินก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ ป้องกันความเสียหายนี้อย่างไร “ePassport” คือคำตอบ

             เพื่อลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความเป็นมิตรให้กับลูกค้าให้เข้ากับยุค ไทยแลนด์ 4.0 หลายๆ ธุรกิจจึงหันมาวางระบบและพัฒนาการรวบรวม จัดเก็บ โอนถ่าย และการนำข้อมูลมาใช้ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ใช้งาน ไปจนถึงการเข้าถึงบริการต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (e-KYC) มาช่วยในการยืนยันความถูกต้อง รวมถึงสามารถตรวจสอบความโปร่งใสและที่มาของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ 

              สำหรับธุรกิจด้านการเงินที่มีลูกค้าที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แน่นอนว่า วิธีการตรวจสอบตัวตน โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ นั้นเป็นสิ่งที่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่องของการปลอมแปลงตัวบุคคล รวมถึงอาชญากรรมต่างๆ โดยเฉพาะ การฟอกเงิน เข้ามาข้องเกี่ยวสูง ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียทางธุรกิจ มูลค่านับพันล้านบาทในแต่ละปี 

             ePassport หรือ หนังสือเดินทางไบโอเมตริกซ์ (หรือเรียกอีกอย่างว่า หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์) กลายเป็นเอกสารสำคัญ ที่ใช้ในการยืนยันตัวกับสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ตามมาตรฐานสูงสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย วิธีการยืนยันตัวตน None Face-2-Face eKYC with ePassport นี้ ลูกค้าสามารถดำเนินการได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ จากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่มีพาสปอร์ตและโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่มีฟังก์ชั่นสแกน NFC เท่านั้น 

             การยืนยันตัวตนด้วยวิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนทั้งในแง่ขององค์กร ที่จะประหยัดงบประมาณในการจ้างบุคลากร ค่าใช้จ่ายจากการเดินเอกสารต่างๆ รวมถึงฝั่งของลูกค้าที่ประหยัดเวลา สะดวกสบาย แล้วยังช่วยให้ธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการเงินการธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และสินเชื่อต่างๆ สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างคลอบคลุมในทุกมิติ ซึ่ง BeID ก็มีโซลูชั่นนี้ไว้ให้บริการ ตอบโจทย์สำหรับทุกองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนระบบจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์อีกด้วย

 

Quote_start

เพราะเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลง ของ BeID ใช้ระบบตรวจสอบกุญแจดิจิทัลจาก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่มีการตรวจสอบความถูกต้อง ด้วยระบบ Public Key ที่ปัจจุบัน มีสมาชิกที่เข้าร่วม ICAO Public Key Directory (PKD) กว่า 80 ประเทศทั่วโลก เราจึงเป็นผู้ให้บริการด้าน e-KYC ที่ให้คุณได้มากกว่า

Quote_end

 

Demo: BeID – eKYC with ePassport

 

             ICAO PKD เป็นโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ ขนาดใหญ่ระดับโลก ข้อมูลภายในได้แก่ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าพาสปอร์ต เช่น ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด  เลขประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่าย รวมไปถึงข้อมูล biometrics ต่างๆ เช่นลายนิ้วมือ ที่สำคัญคือมีข้อมูลแฮชและลายเซ็นดิจิทัล

             ePassport จะมีการบันทึกข้อมูลทางชีวภาพของผู้ถือไว้ในไมโครชิพ ได้แก่ โครงสร้างใบหน้า และลายพิมพ์นิ้วมือตามข้อกำหนดองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ  (International Civil Aviation Organization – ICAO) ดังนั้น การปลอมแปลงจึงกระทำได้ยาก เพราะต้องปลอมแปลงทั้งข้อมูล data page และข้อมูลในไมโครชิพให้ตรงกัน 

             ดังนั้นการจัดเก็บข้อมูลจึงมีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจรกรรมและการรั่วไหลของข้อมูลนั้นเป็นไปได้ยาก

ธุรกิจไหนบ้าง ที่เราแนะนำให้นำเอาโซลูชั่น e-KYC with ePassport มาใช้ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความแม่นยำ น่าเชื่อถือและความปลอดภัยของข้อมูล?

    • ธนาคาร สถาบันการเงิน
    • บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
    • สินเชื่อ เช่าซื้อ
    • E-Wallet และ E-Payment ที่รองรับลูกค้าต่างชาติ
    • สถานพยาบาล ที่ต้องการเตรียมพร้อมเมื่อไทยเป็น Medical Hub เต็มตัว
    • ธุรกิจรับแลกเงิน
    • ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์
    • ธุรกิจเช่ารถยนต์
    • ธุรกิจประกันภัย
    • ที่ปรึกษาการลงทุน และ อื่นๆ

             ซึ่งข้อมูลที่ลูกค้าจะต้องกรอกสำหรับจัดเก็บ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของเราจำเป็นจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าในด้านใดบ้าง เช่น ธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ จะต้องมีการทำแบบประเมิณความเหมาะสมในการลงทุน (Suitability Test) หากเป็นโรงพยาบาล ก็อาจจะต้องมีแบบฟอร์มเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการรักษา หรือประวัติแพ้ยา เพิ่มเติมดังนั้น จะเห็นได้ว่า การใช้งาน e-KYC แบบนี้ จะสร้างความสะดวกสบายในการจัดเก็บ และสืบค้นข้อมูลเป็นอย่างมาก รวมถึงประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล ไม่จำเป็นต้องเก็บอยู่ในรูปแบบกระดาษอีกต่อไป

             โดยกฎหมายนี้ บังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, รูปถ่าย, บัญชีธนาคาร, อีเมล, LINE ID,  บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์, ลายนิ้วมือ, ประวัติสุขภาพ, เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

 

ขั้นตอนการทำงานของ None Face-2-Face: Mobile Solution ของ BeID

 

             การยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC with ePassport นี้ มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แถมยังใช้เวลาไม่นาน แม้ลูกค้าไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ก็สามารถทำได้ด้วยตนเองจากที่ไหนก็ได้บนโลก เพียงใช้พาสปอร์ต ส่วนอุปกรณ์ที่จำเป็น ก็มีเพียงโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตที่มีกล้อง และสามารถอ่านชิพ NFC ได้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือรุ่นกลางๆ เป็นต้นไป ก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นสแกน NFC ได้แล้ว 

ขั้นตอนคร่าวๆ ในการยืนยันตัวตนด้วย ePassport 

1. สแกนปกพาสปอร์ตตรงจุดที่มีชิพ NFC ฝังอยู่ ด้วยโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตที่มีฟังก์ชั่นรองรับ เพื่อยืนยันตัวตนและความถูกต้องของเอกสาร

2. ลูกค้าถ่ายรูปด้วยกล้องหน้า เพื่อทำการเปรียบใบหน้าของลูกค้า กับรูปที่อยู่บนหน้าพาสปอร์ตว่าตรงกันหรือไม่

3. ระบบจะทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของรูปภาพ ด้วยการทำ Liveness Dectection คือใช้กล้องบนโทรศัพท์ลูกค้า ตรวจสอบการยิ้ม หันซ้ายขวา หรือกระพริบตา เป็นต้น

4. ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนหน้าพาสปอร์ต เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขพาสปอร์ต ภาพถ่ายใบหน้า วันที่ออกเอกสารและวันหมดอายุ เป็นต้น จะถูกกรอกลงในแบบฟอร์มโดยอัตโนมัติ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องกรอกเอง

5. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น ในการเข้าถึงการใช้บริการ นอกเหนือจากข้อมูลที่ปรากฏบนพาสปอร์ต 

 

             กระบวนการขั้นตอนทั้งหมดในการยืนยันตัวตนนี้  ใช้เวลาไม่เกิน  3 นาทีเท่านั้น ซึ่งนอกจากธุรกิจของคุณจะปลอดภัยจากอาชญากรรมและการฟอกเงินที่เป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน แล้ว ยังสร้างความสะดวกสบายและความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

             สำหรับในประเทศไทย การยืนยันตัวตนแบบ None Face-2-Face with ePassport นี้ ถือว่าอยู่ในระดับความน่าเชื่อถือของอัตลักษณ์ (Identity Assurance Level: IAL) ที่ระดับ 2 เป็นต้นไป ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงปานกลาง  จึงมั่นใจได้ว่า  ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นในรูปแบบใด หากมีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ก็สามารถใช้วิธีการยืนยันตัวตนของลูกค้าด้วยวิธีนี้ได้อย่างแน่นอน

 

             ติดปีกธุรกิจของคุณให้โกอินเตอร์ด้วย e-KYC with ePassport ปลอดภัยยิ่งขึ้น เหนือระดับยิ่งกว่า สามารถตรวจสอบความถูกต้องด้วยระบบ public key ของ ICAO เพียง ติดต่อเรา ที่ BeID เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี! พร้อมรับบริการด้าน Digital Identification และ e-KYC  ด้วยมาตรฐาน IAL/AAL แบบครบวงจร ในราคาไม่แพงอย่างที่คิด 

Source :