พลิกโฉมวงการการศึกษาในไทย เมื่อ ม.เชียงใหม่ เปิดให้นักศึกษาใหม่ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์แบบเต็มขั้นเป็นที่แรก ตั้งแต่การสร้างบัญชีผู้ใช้, การกรอกประวัติ, และการส่งเอกสาร และยืนยันตัวตนผ่าน NDID
ไม่เพียงแต่สถาบันการเงินเท่านั้นที่ใช้ การยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพราะแม้แต่สถาบันการศึกษาภาครัฐ อย่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ได้มีการนำร่อง นำระบบการยืนยันตัวตนด้วย NDID (National Digital ID: เอ็นดีไอดี) มาใช้ เพื่อทำการยืนยันตัวตนสำหรับสมัครและลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ ในปีการศึกษา 2565 นี้เอง
ซึ่งในปัจจุบัน ระบบ NDID นั้น ผู้พิสูจน์และยืนยันตัวตนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยธนาคารที่เข้าร่วมกับโครงการ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น AIS เป็นต้น
ถือเป็นสัญญาณที่ดี ในการก้าวไปอีกขั้นสู่สังคมดิจิทัล ซึ่งการนำระบบการยืนยันตัวตน แบบนี้มาใช้ ทำได้โดยให้นักศึกษาใหม่ เลือกยืนยันตัวตนผ่าน NDID แล้วไปลงทะเบียนรับบริการ NDID กับธนาคารที่มีบัญชีเงินฝากอยู่ จากนั้นจึงทำการลงแอปพลิเคชันของธนาคารให้พร้อม ก่อนหน้าวันรายงานตัว ซึ่งการลงทะเบียนแบบนี้ จะช่วยในเรื่อง…
ลดขั้นตอนการรายงานตัว ทำให้นักศึกษาสามารถทำการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
ลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล
เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษา ในการทำธุรกรรม ที่ต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยรูปถ่ายคู่กับบัตรประชาชน ป้องกันการสวมรอย
ยกระดับการทำธุรกรรมของประเทศไทยให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น มีความแม่นยำ ปลอดภัยตามหลักสากล

(SOURCE: FACEBOOK.COM/UGRADADMISSIONS.CMU/)
สำหรับการรายงานตัวขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ใช้ระดับความน่าเชื่อถือของอัตลักษณ์ IAL2.3 โดยตรวจสอบข้อมูลของนักศึกษากับฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ของกรมการปกครอง (DOPA) เพื่อให้มั่นใจว่า นักศึกษาที่ลงทะเบียนมีตัวตนอยู่และข้อมูลของนักศึกษานั้นตรงกับข้อมูลของภาครัฐจริง
นอกจากนี้ การออกแบบระบบยังคำนึงถึงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ไม่ส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาไปยังธนาคารผู้ยืนยันตัวบุคคล เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น นักศึกษาที่ลงทะเบียนเข้าใช้ระบบ NDID แล้ว สามารถนำการยืนยันตัวบุคคลไปใช้ในบริการอื่นๆ เช่น การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ การสมัครขอสินเชื่อออนไลน์ การสมัครประกันต่างๆ หรือการยื่นภาษีแบบออนไลน์ ได้อีกด้วย
การยืนยันตัวตนผ่าน NDID
ปัจจุบัน การยืนยันตัวตนผ่านระบบ NDID สามารถทำได้ 3 ช่องทาง (และคาดว่าอาจมีช่องทางเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต) คือ
-
- ยืนยันตัวตนผ่าน NDID ที่แอปพลิเคชันธนาคารที่เข้าร่วมเครือข่าย NDID
- ยืนยืนตัวตนผ่าน Counter Service ที่ 7-Eleven
- ยืนยืนตัวตนผ่านช่องทางของ AIS Shop, AIS Buddy, Telewiz และร้านค้า AIS ในเครือพันธมิตร ทั่วประเทศกว่า 16,277 จุดบริการ
แล้ว NDID มีรายละเอียดและขั้นตอนอย่างไร?
เพียงใช้บัตรประชาชนนำไป Dip Chip กับเครื่องตามจุดที่มีการให้บริการการลงทะเบียน NDID ก็สามารถสมัครได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ให้บริการลงทะเบียน NDID ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ โดยสามารถตรวจสอบกับธนาคารที่ใช้บริการ และทำการลงทะเบียนตามขั้นตอนดังนี้
- เคาน์เตอร์ธนาคาร :
- สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาที่ให้บริการ แจ้งความประสงค์ต่อพนักงานว่าต้องการลงทะเบียน NDID
- ใช้เพียงบัตรประชาชนไป Dip Chip ที่สาขาเท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
- เจ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนในการกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียน ถ่ายรูป รับเงื่อนไขการใช้บริการระบบ และ/หรือ เปิดใช้บริการ mobile banking ที่ผูกกับ NDID
- แอปพลิเคชั่นของธนาคาร
- เข้าไปที่แอปพลิเคชั่นของธนาคารที่ท่านเลือก
- กดเลือก ‘NDID’
- ระบบจะทำการตรวจสอบ เก็บรวบรวมข้อมูลในฐานข้อมูล และแนะนำขั้นตอนในการลงทะเบียน เช่น กรอกข้อมูลเพิ่มเติม ถ่ายรูป และรับเงื่อนไขการใช้บริการระบบ เป็นต้น

ธนาคารที่เปิดให้บริการลงทะเบียน NDID ในปัจจุบัน
ณ ปัจจุบันมีธนาคารที่เป็นผู้ให้บริการ NDID ทั้งหมด 10 แห่ง แต่เพราะประเทศไทยมีการทำธุรกรรมออนไลน์เป็นอันดับต้นๆ ของโลก จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งสามารถดูรายละเอียดวิธีการสมัครของแต่ละธนาคาร ได้ที่ BeID เพราะเราได้รวบรวมมาไว้ในที่เดียวแล้ว (อัปเดทรายชื่อธนาคารล่าสุด : กรกฎาคม 2565)
แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลจะถูกนำมาใช้หรือเก็บไว้อย่างปลอดภัย?

หลักการออกแบบระบบ NDID เป็นแบบ Data Security and Privacy by Design เป็นบริการที่มี ความปลอดภัยสูงด้วยการเข้ารหัสในการรับส่งข้อมูล และระบบไม่มีการรวมศูนย์เก็บข้อมูล ข้อมูลยังคงอยู่กับหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลและให้บริการลูกค้า ระบบถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Decentralized ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งผู้ดูแลระบบคือ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี (NDID) จะไม่สามารถเห็นข้อมูลของลูกค้าแต่อย่างใด ต่างจากการใช้เอกสารแบบเดิมๆ ที่ใครก็สามารถเข้าถึงข้อมูลให้เอกสารได้
ทั้งนี้ NDID เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารพาณิชย์ไทย บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเลกทรอนิกส์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทไปรษณีย์ไทย รวมมากกว่า 60 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทอยู่ภายใต้การกำกับ จึงมั่นใจได้ว่าหน่วยงานที่กำกับและบริษัทเหล่านั้นต้องปฏิบัติตามกฏหมายและกฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอย่างแน่นอน หากเปรียบเทียบวิธีการของ NDID Ecosystem กับวิธีการในปัจจุบันที่ใช้เอกสารสำเนาในการสมัครบริการต่างๆ จะมีความปลอดภัยมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อได้ใช้บริการและศึกษาข้อมูลครบถ้วนจะพบว่าการใช้บริการ NDID นั้น สะดวกขึ้นและปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมด้วย (ข้อมูลจาก ndid.co.th)
บริษัทแบบไหนบ้างที่ควรใช้ระบบ NDID เพื่อยืนยันตัวตนลูกค้า?
- บริษัทที่มีหน้าที่รายงานธุรกรรม ประเภทสถาบันการเงิน ตัวอย่างได้แก่ ธนาคารพาณิชย์, สถาบันการเงินเฉพาะกิจ, สหกรณ์, ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (MT), ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (MC), ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน (e-Wallet และ e-Payment ), บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ทีอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ ก.ล.ต, บริษัทเงินทุน, บริษัทเครดิตฟองซิเอร์, บริษัทประกันชีวิต, ประกันวินาศ, บริษัทบริหารสินทรัพย์
- ผู้ที่มีหน้าที่รายงานธุรกรรม ประเภทผู้ประกอบอาชีพ ตัวอย่างได้แก่ ที่ปรึกษาการลงทุน, ผู้ค้าอัญมณี, ผู้ค้าและให้เช่ารถ, นายหน้าอสังหาริมทรัพย์, สินเชื่อส่วนบุคคล, ผู้รับแลกเปลี่ยนเงินบุคคลธรรมดา
- โรงรับจำนำออนไลน์
- Market Place
- บริษัทที่มีระบบการอนุมัติ การอนุญาต หรือการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature)
- ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e – GP) และการลงนามในสัญญา
- After Sale Service ที่อยากพัฒนา Digital Service รูปแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตในยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คน เป็นต้น
การยืนยันตัวบุคคลโดยระบบ NDID จะเป็นแนวทางที่สำคัญของประเทศไทยในการยกระดับความน่าเชื่อถือในการยืนยันตัวบุคคลในการให้บริการแบบออนไลน์ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องใช้เอกสารในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ที่เกี่ยวกับทางการเงิน
ตัวอย่างสำคัญ คือ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ทุกครั้งที่มีการกู้เงินกับสถาบันการเงิน จะมีการส่งเอกสารการยืนยันตัวตนให้กับสถาบันการเงินจากลูกค้า ไปที่ตัวแทนอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การขอเปิดบริการ การขอกู้ การขอตรวจเครดิตบูโร หรือการยืนยันเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มีอยู่ ล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนทั้งสิ้น แต่ NDID จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก และตัดขั้นตอนเหล่านี้ต่างๆ ออกไป ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการขนส่งเอกสารได้ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้ง สามารถป้องกันการปลอมแปลงเอกสารได้เป็นอย่างดี

คาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ในธุรกิจการให้บริการต่างๆ จะมีการใช้การยืนยันตัวตนด้วยการนำระบบ NDID มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความประทับใจให้กับลูกค้ากันอย่างแพร่หลาย มากกว่าจะจำกัดอยู่แค่ในธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินแต่เพียงอย่างเดียว ลองคิดดูว่า จะสะดวกแค่ไหน หากทุกมหาวิทยาลัยในไทย ใช้ระบบการลงทะเบียนด้วย NDID เหมือนกัน

ไม่เพียงแต่จะสามารถนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินเพียงอย่างเดียว บริษัทต่างๆ สามารถนำเอาระบบ NDID มาปรับใช้ เพื่อให้กิจกรรมมีความคล่องตัวภายในองค์กรหรือระหว่างองค์กร รวมถึงการทำธุรกรรมต่างๆที่ต้องใช้ e-signature รวมถึงสามารถนำมาใช้ในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วย
สนใจยกระดับการให้บริการของธุรกิจคุณด้วย การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล e-KYC ก่อนใคร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่าง BeID ที่พร้อมให้บริการด้าน Digital Identification ด้วยมาตรฐาน IAL/AAL ทุกระดับ แบบครบวงจร ฟรี! ติดต่อเรา
Source :





